สีย้อมผ้า

ในปัจจุบันสีย้อมผ้ามีหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งสีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ความคงทนของสีก็ไม่เหมือนกัน แบ่งได้ 2 ชนิด

1. สีธรรมชาติ เป็นสีที่สกัดมาจากพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตในประจำวัน เช่น ทำอาหาร เครื่องใช้ไม้สอย สมุนไพร เป็นต้น พันธุ์ไม้ย้อมสีจะใช้ส่วนต่าง ๆ ได้แก่ เปลือก แก่น ราก ใบ และผล สีที่ใช้ย้อมผ้าจากพันธุ์ไม้ต่าง ๆ มีดังนี้

1.1 สีเขียว

1.1.1 หูกวาง ใช้ใบจากต้นไม้ชนิด Terminalia catappa Linn. ชื่อวงศ์ Combretaceae สับใบหูกวางมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีเขียวอมเหลืองหรือจางลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.1.2 ขี้เหล็ก ใช้ใบจากต้นไม้ชนิด Senna siamea ชื่อวงศ์ Leguminosae-Caesalpinio-ideae สกัดสีโดยใช้ใบสดต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเขียวอมเหลือง
1.1.3 หูปลาช่อน ใช้ใบที่มีสีน้ำตาลแดงจากต้นไม้ชนิด Aralypha wilksiana Mull. Arg. ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae นำใบมาต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเขียวขี้ม้า
1.1.4 โมก ใช้เปลือกจากต้นไม้ชนิด Wrighlia arborea (Dennst.) Msbb. ชื่อวงศ์ Apocynaceae สกัดสีโดยใช้เปลือกลอกเอาเฉพาะเปลือกต้นด้านใน สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเขียวอ่อน
1.1.5 ส้มป่อย ใช้ใบจากต้นไม้ชนิด Acacia concinna (Willd.) DC. ชื่อวงศ์ Leguminosae-Mimosoideae สกัดสีโดยใช้ใบสดต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเขียวอ่อน
1.1.6 สัก ใช้ใบจากต้นไม้ชนิด Tectona grandis L.f. ชื่อวงศ์ Labiatae สกัดสีโดยใช้ใบสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเขียวขี้ม้า
1.1.7 เทียนทอง ใช้ใบจากต้นไม้ชนิด Duranta erecta L. ชื่อวงศ์ Verbenaceae สกัดสีโดยใช้ใบต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเขียวอ่อน

1.2 สีแดง

1.2.1 ครั่ง เป็นเพลี้ยหอยชนิด Laccifer lacca ชื่อวงศ์ Lacciferidae ตัวเมียไม่มีปีก เมื่อเป็นตัวอ่อนระยะแรกนั้น มีขาและหนวด เคลื่อนไหวได้ เมื่อลอกคราบจึงหยุดอยู่กับที่ ดูดกินน้ำเลี้ยงจากไม้ยืนต้นและผลิตสารที่เรียกว่า ขี้ครั่ง ซึ่งนิยมย้อมร้อน กับเส้นใยไหมได้สีโทนแดง
1.2.2 รากยอป่า เป็นรากจากต้นไม้ชนิด Morinda citrifolia Linn. ชื่อวงศ์ Rubiaceae ใบคล้ายใบหูกวางแต่สีเขียวเข้มและหนากว่า รากมีสีแดงนิยมใช้ย้อมร้อนกับเส้นใยฝ้ายได้สีโทนแดง
1.2.3 ฝาง (Sappan wood) ใช้แก่นจากต้นไม้ชนิด Caesalpinian sappan Linn. ชื่อวงศ์ Leguminosae ไม้ฝางในประเทศไทยนั้นมี 2 ชนิด ชนิดหนึ่งแก่นสีแดงเข้ม เรียกว่า “ฝางเสน” อีกชนิดหนึ่งแก่นสีเหลือง เรียกว่า “ฝางส้ม” ใช้การย้อมร้อนทั้งเส้นใยฝ้ายและไหมได้สีโทนแดง

1.3 สีเทา-ดำ

1.3.1 มะเกลือ ใช้ผลดิบจากต้นไม้ชนิด Diospyros mollis Griff ชื่อวงศ์ Ebenaceae ทุบผลดิบของผลมะเกลือเพื่อให้ได้น้ำยางสีขาวมาใช้ย้อมจะย้อมเย็นหรือย้อมร้อนก็ได้ จะได้สีเทาหรือสีดำเข้ม ขึ้นกับจำนวนครั้งที่ย้อมซ้ำ
1.3.2 กระโดน ใช้เปลือกและเนื้อแห้งจากต้นไม้ชนิด Careya sphaerica Roxb. ชื่อวงศ์ Lecythidaceae สับเปลือกต้นกระโดนมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสีได้สีน้ำตาลอมเทาหรือสีจางลงขึ้นอยู่กับอายุของต้นไม้
1.3.3 มะยม ใช้เปลือกและเนื้อจากต้นไม้ชนิด Phyllanthus acidus (L.) Skeels. ชื่อวงศ์ Phyllanthaceae สับเปลือกต้นมะยมมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสีได้สีน้ำตาลอมเทาหรือสีจางลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.3.4 คูน ใช้ฝักและเนื้อในฝักจากต้นไม้ชนิด Cassia fistula Linn. ชื่อวงศ์ Caesalpiniaceous สับฝักคูนให้เห็นเนื้อในฝักคูนมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสีย้อมได้สีน้ำตาลหรือสีจางลงขึ้นกับอายุของต้นไม้ ส่วนเปลือกคูนย้อมได้สีเทา

1.4 สีน้ำตาล

1.4.1 อะราง ใช้เปลือกจากต้นไม้ชนิด Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz ex Baker ชื่อวงศ์ Fabaceae หรือต้นนนทรี เอาเนื้อติดเปลือกมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสีย้อมได้สีน้ำตาลอมแดง หรือสีอ่อนลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.4.2 ประดู่ ใช้เปลือกจากต้นไม้ชนิด Pterocarpus macrocarpus. ชื่อวงศ์ Leguminosae เอาเนื้อติดเปลือกมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลอ่อนลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.4.3 สีเสียด ใช้เปลือกจากต้นไม้ชนิด Acacia catechu (Linn).f.)Willd. ชื่อวงศ์ Leguminosae เอาเนื้อติดเปลือกมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลอ่อนลงขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.4.4 สะเดา ใช้ใบหรือเปลือกจากต้นไม้ชนิด Azadirachta indica var. siamensis ชื่อวงศ์ Meliaceae สกัดสีโดยใช้ใบหรือเปลือกสดและเปลือกแห้งลอกเอาเปลือกด้านในนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อนจะได้สีน้ำตาล
1.4.5 กระถิน ใช้เปลือกจากต้นไม้ชนิด Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit ชื่อวงศ์ Leguminosae-mimosoideae สกัดสีโดยใช้เปลือกกระถินแห้งต้มกับน้ำใช้การย้อมร้อน จะได้สีน้ำตาล
1.4.6 ตะแบก ใช้ผลจากต้นไม้ชนิด Lagerstrormia floilunda jack ชื่อวงศ์ Lythareae สกัดสีโดยใช้เปลือกนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากให้แห้งต้มกับน้ำใช้การย้อมร้อนจะได้สีน้ำตาล
1.4.7 ตะโก ใช้ผลจากต้นไม้ชนิด Diospyros rhodocalyx ชื่อวงศ์ Ebenaceae สกัดสีโดยใช้ผลสดตากแห้งต้มกับน้ำใช้การย้อมร้อน จะได้สีน้ำตาล
1.4.8 หว้า ใช้ผลจากต้นไม้ชนิด Syzygium cumini (L.) skeets ชื่อวงศ์ Myrtaceae สกัดสีโดยนำผลสดต้มกับน้ำใช้การย้อมร้อน จะได้สีน้ำตาลเขียว
1.4.9 งิ้ว ใช้เปลือกจากต้นไม้ชนิด Bombax ceiba L. ชื่อวงศ์ Bombracaceae สกัดสีโดยใช้เปลือกลอกเอาเปลือกด้านในนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ำใช้การย้อมร้อนจะได้สีน้ำตาล
1.4.10 กระถินณรงค์ ใช้ใบจากต้นไม้ชนิด Acacia auriculaefovmis A. Cunn. ex benth ชื่อวงศ์ Leguminosae-mimosoedeae สกัดสีโดยใช้ใบต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อน จะได้สีน้ำตาล

1.5 สีฟ้า-สีน้ำเงิน

1.5.1 คราม ใช้กิ่งและใบจากต้นไม้ชนิด Indigofera tinctoria Linn. ชื่อวงศ์ Leguminosae ตัดใบครามมาหมักเพื่อก่อหม้อครามใช้การย้อมเย็น สกัดน้ำสีย้อมได้สีครามเข้มหรือครามอ่อน ขึ้นกับจำนวนครั้งของการจุ่มย้อม
1.5.2 ห้อม ใช้กิ่งและใบจากต้นไม้ชนิด Baphicacanthus cusia (Nees) Bremek. ชื่อวงศ์ Acanthaceae ตัดใบห้อมมาหมักเพื่อก่อหม้อห้อมใช้การย้อมเย็น สกัดน้ำสีย้อมได้สีครามเข้มหรือครามอ่อน ขึ้นกับจำนวนครั้งของการจุ่ม

1.6 สีส้ม

1.6.1 คำแสด ใช้เมล็ดในฝักผลของต้นไม้ชนิด Bixa orellana Linn. ชื่อวงศ์ Bixaceae เก็บเมล็ดสีแดงส้มในฝักผลมาใช้การย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีส้มแก่หรือส้มอ่อนขึ้นกับเป็นฝักสดหรือฝักแห้ง

1.7 สีเหลือง-ทอง

1.7.1 ดาวเรือง ใช้ดอกดาวเรืองนึ่งและอบให้แห้งจากต้นไม้ชนิด Tagetes erecta L. ชื่อวงศ์ Compositae ใช้วิธีการต้มเพื่อสกัดน้ำสี กรองใช้เฉพาะน้ำ ย้อมด้วยกรรมวิธีการย้อมร้อน
1.7.2 ขนุน ใช้แก่นจากต้นไม้ชนิด Artocarpus heterophyllus Lamk. ชื่อวงศ์ Moracede สับแก่นต้นขนุนมาย้อมร้อนต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีเหลือง หรือเหลืองอ่อนลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.7.3 มะม่วง ใช้เปลือกตันด้านในจากต้นไม้ชนิด Mangifera caloneura Kurz ชื่อวงศ์ Anacardiaceae ลอกเอาเฉพาะเปลือกต้น นำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อสกัดน้ำสีด้วยวิธีการต้มกับน้ำ
1.7.4 มะพูด ใช้เปลือกต้นจากต้นไม้ชนิด Garcinia dulcis (Roxb.) Kurz ชื่อวงศ์ Guttiferae ใช้เปลือกแห้งต้มกับน้ำ ใช้วิธีย้อมร้อน ย้อมได้สีเหลืองคล้ายสีเหลืองดอกบวบ
1.7.5 เพกา ใช้เปลือกและเนื้อจากต้นไม้ชนิด Oroxylum indicum Vent. ชื่อวงศ์ Bignoniaceae ลอกเอาเปลือกต้นด้านในนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ำ ใช้การย้อมร้อน ย้อมได้สีเหลือง
1.7.6 ยอ ใช้รากและแก่นจากต้นไม้ชนิด Morinda citrifolia L. ชื่อวงศ์ Rubiaceae ใช้แก่นต้น สกัดน้ำสี ใช้การย้อมร้อนจะได้สีเหลืองส้ม ถ้าใช้ส่วนรากจะได้สีแดง
1.7.7 ประโหด ใช้เปลือกแห้งจากต้นไม้ชนิด Garcinia duleis Kurz. ชื่อวงศ์ Guttiferae สับเปลือกต้นประโหดมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีเหลืองมะนาวสดหรือจางลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.7.8 เขหรือแกแล ใช้แก่นจากต้นไม้ชนิด Maclura cochinchinensis (Lour.) Cormer ชื่อวงศ์ Moraceae สับแก่นไม้เข มาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีเหลืองเข้มหรือจางลง ขึ้นกับอายุของต้นไม้
1.7.9 ทับทิม ใช้เปลือกแห้งจากผลจากต้นไม้ชนิด Punice granatum L. ชื่อวงศ์ Punicaceae สับเปลือกผลทับทิมมาย้อมร้อน ต้มสกัดน้ำสี ย้อมได้สีเหลืองเข้มหรือจางลง ขึ้นกับอายุและพันธุ์ของผลทับทิม

2. สีเคมี สีประเภทนี้จะเป็นสีที่มีความบริสุทธิ์ของตัวสีมาก สามารถนำมาผสมเพื่อให้ได้สีที่ต้องการและระดับความเข้มของสีได้ด้วย ขั้นตอนในการย้อมก็ทำได้ง่ายและสะดวก สีที่ย้อมได้ก็จะมีความสดสวย ความทนทานของสีดี

เอกสารอ้างอิง

- พินัย ห้องทองแดง. (2548). พันธุ์ไม้ย้อมสีธรรมชาติ. กรุงเทพฯ: โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
- สิทธิชัย สมานชาติ. (2562). มรดกภูมิปัญญาสิ่งทออีสาน. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.